2007/Jan/02

สมุนไพรเจียวกู้หลาน ( เบญจขันธ์ )

ในปี ๑๙๗๗ มีคนจีนคนหนึ่งชื่อ ศิว์สื้อ หมิง เป็นเภสัชกร

จบมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่งเขาได้เข้าทำงานที่

สถาบันวิจัยพืชสมุนไพรนครอานดัง มณฑลส่านซี

จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิ

ปี ๑๙๘๒ เขาได้ลางานชั่วคราวเพื่อไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอผิงลี่

ระยะทางไกลประมาณ ๕๐กิโลเมตร ในช่วงที่เขาพักผ่อนที่บ้าน

ก็ใช้เวลาเสาะแสวงหาสมุนไพรตัวใหม่ๆ ในอำเภอผิงลี่

โดยไปพูดคุยกับชาวบ้าน และหมอพื้นบ้าน เพื่อหาข้อมูลของสมุนไพร

เขาได้พบสมุนไพรตัวใหม่ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า เสี่ยวโหม่จูเถิง

ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาชาวบ้านที่เป็นโรคไขมันสูงในเส้นเลือด

และโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างดี เขาดีใจมากที่ได้รับการยืนยันจาก

หมอพื้นบ้านและผู้ป่วยว่า สมุนไพรชนิดนี้ให้ผลการรักษาได้หลายโรคจริงๆ

และยังเป็นสมุนไพรที่เขาแสวงหามานานหลายสิบปี

เมื่อเขากลับมาที่ห้องทำงานของสถาบันวิจัยของเขา

เขาก็ได้นำสมุนไพรดังกล่าวไปศึกษาวิจัยทันทีตามตำราแผนโบราณจีน

ซึ่งสมุนไพรชนิดนี้เรียกว่า เจียวกู้หลาน ซึ่งเริ่มแรกนั้น เจียวกู้หลาน

เป็นอาหารที่ชาวบ้านใช้รับประทานแก้หิวยามฤดูแล้ง และนอกจากนี้ยังได้มี

การบันทึกไว้ในตำรายาจีนด้วยว่าใช้เป็นยาแก้ไอและแก้ร้อนในต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

หลากหลายชื่อเจียวกู้หลาน

เจียวกู้หลานมีชื่อจีนหลายชื่อ เช่น ซีเย่ตั่น จิ้วฮวงเปิ้นเฉา และหนงเจิ้งเฉลียนหวู ในเมืองไทยเคยมีการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน เข้ามาปลูกครั้งแรกในปี ๒๕๒๗ เรียกชื่อไทยว่า ชาเบญจขันธ์ ชาทิกวนอิม หรือ ชาสตูล เพราะเคยนำมาปลูกที่จังหวัดสตูลได้ผลดีเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมาการปลูกที่เชียงใหม่ เช่น ที่อุโมงค์ สวนพุทธธรรม เชียงใหม่ สันกำแพง และอีกหลายแห่งในประเทศไทย เจียวกู้หลาน มีชื่อทาง

พฤกษศาสตร์ gynostemma pentaphyllum เป็นพืชล้มลุก ชนิดเถา เลื่อนขนานกับพื้นดิน รากงอกออกจากข้อเป็นประเภทแตงน้ำเต้ามีใบ ๓-๕ ใบ ด้านบนและด้านใต้ใบมีขนอ่อนสีขาวปกคลุม เป็นพืชขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งต้นก็เจริญเติบโตง่าย เจริญงอกงามอยู่ตามเขาเฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เจียวกู้หลานจึงถูกเรียกว่า โสมคนทางใต้

ในประเทศไทย ทางกระทรวงเกษตรได้นำมาเผยแพร่นานแล้วแต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการรักษาพันธุ์ ซึ่งยังไม่ค่อยแพร่หลายนัก เพราะเป็นพืชล้มลุกและตายง่าย ในฤดูฝนจะหยุดการเจริญเติบโต ในขณะที่ส่วนใต้ดินยังเจริญดีอยู่ อย่างไรก็ตามมีผู้สนใจ และปลูกเจียวกู้หลานเป็นบางแห่งเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มมีรสแตกต่างกันบ้าง รสหวานบ้าง รสขมบ้าง ในรูปของชาสมุนไพรเสริมสุขภาพออกจำหน่ายแล้ว ส่วนที่นำมาใช้ คือ ส่วนเหนือดินของพืชที่มีอายุ ๔-๕ เดือนขึ้นไป และเก็บจากต้นมาใช้ ได้ ๒-๓ ครั้งต่อปี นอกจากนี้องค์การเภสัชกรรมก็ได้มีกรศึกษาเบญจขันธ์ โดยการนำไปแพร่พันธุ์แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและนำไปปลูกได้ดี นอกจากนี้ยังได้ศึกษาคุณสมบัติของส่วนประกอบสำคัญในด้านยา และเครื่องสำอางอยู่อีกด้วย

คุณสมบัติทางเภสัช และคลีนิก

พบว่าเจียวกู้หลานเป็นสมุนไพรที่มีความปอดภัย และใช้รับประทานประจำได้ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้น ใบ หรือจากการสกัด และสารสำคัญในเจียวกู้หลานยังมีส่วนประกอบในการกระตุ้นประสาทไม่ให้เกิดความผิดปกติ หรืออาการแพ้ใดๆ จากการทดลองพิสูจน์พบว่าเจียวกู้หลานที่สกัดออกมานั้น สามารถลดไตรกรีเซอร์ไรด์ ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูงได้ และลดสารที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เช่น ลิเปอร์ออกไซด์ คอเรสเตอรอล เพิ่มกำลังของหัวใจขาดเลือด ชะลอความชรา ยืดอายุของเซลล์และเพิ่มจำนวนอสุจิเป็นต้น กล่าวว่าเจียวกู้หลานมีสาร Ginsenosides คล้ายกับโสม และใช้เป็นยาบำรุงร่างกายมานานแล้ว สารสกัดจากเจียวกู้หลานจะเสริมสร้างการรวมตัวของโปรตีน และกรดในตับ เสริมสร้างเซลล์ไขกระดูก มีผลในการรักษาโรคในช่องอก และโรคโลหิตจาง บำรุงสมอง

มีผลเพิ่มพลังต้านสภาพโรคที่เลวร้ายได้ เป็นยาที่ใช้ระงับประสาทเป็นอย่างดี ตามรายงานว่าเจียวกู่หลานรักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมเรื้อรังมากกว่า ๕๐๐ราย ผลการรักษาอยู่ในอัตราส่วนร้อยละ ๗๙ และใช้รักษาโรคหลอดลมแข็งตัว ที่เป็นตัวทำให้เกิดความดันโลหิต ยังใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอย่างน่าพอใจ และโรคปวดหลังและยังสามารถต้านโรคมะเร็ง และโรคกระเพาะเป็นแผลได้ ผลิตภัณฑ์เจียวกู้หลานภายในปี ๑๙๘๕ มีการผลิตยาและผลิตภัณฑ์เจียวกู้หลานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีลิขสิทธิ์ประมาณ ๘ ชนิด แสดงว่าเจียวกู้หลานมีสรรพคุณหลายด้าน ปัจจุบันในประเทศจีนได้เริ่มพัฒนาเจียวกู้หลานในรูปแบบชาชงดื่ม เช่น ชาจิ่วหลงกัน จากมณฑลฮกเกี้ยน ชาเวินเปา จากมณฑลกวางตุ้ง เจียวกู่หลานเข่าเล่อ ซีเย่ตันหนงเจี่ยง เป็นต้น คนจีนได้ทำการวิจัยยาประเภทบำรุงดองเหล้า เอี่ยนโซ่ว ที่ประกอบด้วยเจียวกู้หลาน ของโรงเหล้าหลงเอี๋ยนที่สินเจื่อและยาชง เจียวกู้หลานอีกด้วย

ในประเทศจีนโดยเฉพาะสถาบันสมุนไพรอานดัง และมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่ง มีการวิจัยการใช้เจียวกู้หลานและศึกษาสรรพคุณในด้านเภสัชกรรมและด้านคลีนิคอย่างแพร่หลายพบว่า ชาเจียวกู้หลานมีสรรพคุณใช้บำรุงรางกายและรักษาโรคได้หลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตต่ำ และรักษาโรคปวดหลังข้างเดียว นอกจากนี้ยังมีผลในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่ายกายให้ดีขึ้น ระงับอาการทางประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น สดชื่น ลดความตื่นเต้น ชูกำลัง ต้านความอ่อนเพลีย ทำให้ชะลอความชรา มีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย และยังสามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องเกิดความกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียง ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำ เจียวกู้หลานไปทำเป็นลูกกลอน และชาชงดื่ม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว

นอกจากนี้เจียวกู้หลานยังมีสรรพคุณในการควบคุมเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งตับ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งสำไส้ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่นๆ รวมกว่า ๒๐ชนิด ความสามารถในการควบคุมการแพร่เจริญของเซลล์มะเร็ง แพทย์จีนมีความเชื่อว่า เจียวกู้หลาน เป็นสมุนไพรสำคัญที่ใช้ในการป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต

ในปี ๑๙๘๗ กระทรวงสาธารณสุขของจีน ได้รับรองสมุนไพรเจียวกู้หลานอย่างเป็นทางการ ทำให้พืชสมุนไพรชนิดนี้มีบทบาทในด้านการส่งเสริมสุขภาพ และแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยมีการนำไปผสมกับตำรายาสมุนไพรอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่องสำอาง ตลอดจนบุหรี่บางชนิดอีกด้วยเจียวกู้หลานจึง ได้รับความนิยมทั่วในประเทศจีนและในแถบเอเชียรวมได้ขยายในยุโรปและอเมริกาด้วย นับว่าเจียวกู้หลานเป็นพืชสมุนไพรที่มีอนาคตอันยาวไกล และน่าจับตามองอย่างยิ่ง

สารประกอบสำคัญ

จากการวิจัยในประเทศญี่ปุ่น และจีนพบว่า เจียวกู้หลานมีสาระสำคัญอย่างยิ่งที่คล้ายสารที่พบในโสม และสารบางชนิดยังมีมากกว่าด้วยซ้ำไป ตัวอย่างสารประกอบเหล่านี้คือ

๑) ไกลโคไซด์ ( glycosides) ซึ่งมี dammarane skeleton ๔ ตัว สูตรโครงสร้างคล้าย saponins ที่พบในรากโสม ( panaxginseng ) มากจึงทำให้เจียวกู้หลานมีรสชาติคล้ายโส

๒) ซาโปนินไกลโคไซด์ ( saponinglycosides ) ที่สำคัญ คือgypenosides XVII ซึ่งพบได้ในโสม panax spp บางชนิดด้วย ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของชาชงดื่มเมื่อชง ครั้งแรกเกิดฟองอากาศได้ง่าย

๓) ก้านและใบ มีสาระสำคัญหลายชนิด ได้แก่กรดอินทรีย์ เช่น malonic acid และกลุ่มของสารพวกซาโปนิน มากกว่า ๕๐ ชนิด

๔) สารสำคัญ สามารถพบได้อีก ๖๐ ชนิด และมีที่สำคัญอยู่ ๔ ชนิด ซึ่งเหมือนกับสารสำคัญที่มีอยู่ในโสม คือRB1, RB4, R1, F2 และสาร v-AH ซึ่งตรงกับสารในโสมคือ RG3 ถ้าใช้การหมักอย่างเหมาะสมจะได้สารสำคัญเหล่านี้ออกมาในปริมาณสูงกว่าโสม

๕) แร่ธาตุ เจียวกู้หลานยังสามารถพบสารอาหาร กรดอินทรีย์ น้ำตาล กรดอมิโน และวิตามิน ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งสิ้น

การออกฤทธิ์และกลไกทางชีวภาพ

ในก้านและใบของสมุนไพรเจียวกู้หลาน มีสาระสำคัญทางชีวภาพหลายชนิด ดังต่อไปนี้

๑) สารปรับสภาพให้ปกติ ( adaptogens) คือ ซาโปนิน ( saponin ) และไกลโคไซด์ ( glycoside ) สารดังกล่าวสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ชัดเจนมาก เช่น cyclophosphamid ทำให้อวัยวะที่สร้างภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มสารทำสายฮีม (hemolysin ) เพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันประเภท naturalkiller cells หรือ NK cells ซึ่งมีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์แปลกปลอม และทำให้กลุ่มคนที่ดื่ม ชาหรือรับประทานเจียวกู้หลาน มีความแข็งแรงไม่อ่อนเพลียง่าย และทนต่อสภาวะการขาดออกซิเจน ( hypoxia)ได้ดี ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกาย

๒) แอนติออกซิเดนท์ หรือสารต่อต้านออกซิเดนท์ คือ ซาโปนิน ชนิดgypenosideมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารพิษ สารเคมีจากภายนอกร่างกาย ช่วยการทำงานของ เมล็ดเลือดขาว ไมโคโซมของเซลล์ตับ และเซลล์ที่เคลือบผนัง เมล็ดเลือดแดง ป้องกันการทำลายของเยื่อหุ้มเซลล์ทั่วไป เพิ่มสภาวะของเหลว เพิ่มความแข็งตัวให้แก่เซลล์ และส่วนต่างๆภายในเซลล์ เช่น ไมโตคอนเดรียและไมโครโซมของเซลล์ตับ ต่อต้านออกซิเดชันของ LDL เพิ่ม HDL โรคที่เกิดจากผนังเส้นเลือดแข็งตัว โรคตับ และอาการอักเสบได้

๓) สารคลายเครียด คือ ซาโปนิน มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของระบบประสามส่วนกลาง

๔) สารสกัดจากเจียวกู้หลาน มีฤทธิ์ต่อต้านอักเสบ ในสัตว์ทดลองได้ดีกว่ายาเคมีที่ใช้ต่อต้านการอักเสบเช่น lndomethacin และยับยั้งการแกะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยสารอนุพันธ์ของอะดีนิน และสารอื่น เร่งการแยกตัวออกจากกันของเกล็ดเลือดได้อย่างชัดเจน ทำเกิดการยับยั้งการอุดตันเส้นเลือดได้ และยังกระตุ้นการสร้างเมล็ดเลือดได้อีกด้วย

๕) สารสกัดลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และโคเรสเตอรอล ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูง เพิ่มไขมันชนิดดี ( HDL) ลดไขมันชนิดเลว ( LDL) ลดสารไลปิดเปอร์ออกไซด์ ที่ได้จากปฎิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน เช่น โคเลสเตอรอล ฟอสโพไลปิด กรดไขมันอิสระ ช่วยเพิ่มพละกำลังในการบีบตัวของกล้ามเนื้อ หัวใจที่ขาดเลือด ชะลอความชรา ช่วยยืดอายุของเซลล์และเพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิในผู้ชายได้

๖) ป้องกันฤทธิ์ทางชีวภาพของรังสีแกมม่า ในการทำลายเม็ดเลือดขาว ทำลายระบบภูมิคุ้มกันในการสร้างสารภูมิคุ้มกันหรือสารแอนติบอดี และการทำงานของเซลล์ในม้าม ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น จึงสามารถนำมาช่วยบำบัดในผู้ติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์ได้

๗) ใช้เป็นอาหาร ในอดีตชาวจีนใช้เป็นอาหารแก้หิวยามแล้ง บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ลดความตื่นเต้น ชะลอความชรา และรักษาโรคหลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคที่เส้นเลือดใหญ่อุดตัน โรคความดันโลหิตสูง ความตันโลหิตต่ำ โรคปวดหัวข้างเดียว

๘) สรรพคุณในตำราจีน สารสกัดเจียวกู้หลานจะเสริมสร้างการรวมตัวของโปรตีนและกรดในตับ เสริมสร้างเซลล์กระดูก มีผลต่อการรักษาโรคในช่องอกและโรคโลหิตจาง โรคหลอดลมเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิต โรคไขมันสูงในเลือด โรคหัวใจ บำรุงสมอง ระงับประสาท แก้ไอ แก้ร้อนในต่างๆ

๙) ต่อต้านมะเร็ง เจียวกู้หลานสามารถต้านโรคมะเร็งในเยื่อบุผิวของหลอดอาหาร และป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหาร ควบคุมการเจริญของเซลล์มะเร็งในช่องท้อง ตับ ทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร สำไส้ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ปอด มดลูก เต้านม และอื่นๆ รวมกว่า ๒๐ ชนิด จากความสามารถนี้ แพทย์จีนจึงมีความเชื่อว่า เจียวกู้หลานอาจนำมาใช้ในการป้องกันหรือรักษามะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต

๑๐)คุณสมบัติเทียบเท่าโสม เจียวกู้หลานไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่าโสม แต่มีความปลอดภัยสามารถใช้ได้บ่อยและปริมาณมากกว่าโสม โดยไม่มีผลข้างเคียง ใช้รับประทานได้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้น ใบ หรือสารกัด นอกจากใช้เป็นอาหารและยาแล้ว ยังมีการนำเจียวกู้หลานมาเป็นเครื่องสำอางสำหรับผมและผิวด้วย

รวบรวมโดยร้านเอกมงคล


Comment

Comment:

Tweet


อยากได้ต้นกล้ามาปลูก มีขายไหมคับ
โทร.0814995610
#6 by เจ (14.207.182.30) At 2011-06-23 20:35,
ขอเบอร์โทรหน่อยได้ไหมครับ
#5 by (119.31.23.58) At 2010-01-16 20:32,
#4 by (124.120.41.100) At 2008-10-31 14:37,
สวัสดีครับ
บล็อกนี้เป็นร้านของผมที่เพิ่งเปิดกับเพื่อนน่ะครับ ขายพวกต้นไม้สมุนไพรกับสมุนไพรแปรรูปน่ะครับ

เผอิญผมเคยได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นมาประมาณ 6 ปีน่ะครับ ภาษาญี่ปุ่นก็เลยพอจะได้อยู่บ้าง ตอนนี้ทำงานเป็นล่ามอยู่บริษัทญี่ปุ่นน่ะครับ

ภาษาอะไรก็ตามถ้าอยากจะเรียนให้เป็นเร็วๆ ต้องใช้เยอะๆครับ ช่วงเพิ่งจะเริ่มเรียน การจำตัวอักษาได้แม่นยำกับการจำศัพท์ได้เยอะๆจะเป็นประโยชน์มาก
เดี๋ยวก็จะเก่งเองล่ะครับ
#2 by ร้าน เอกมงคล At 2007-01-17 12:36,
สวัสดีค่ะ ดิฉันมาขอบคุณที่ช่วยแปลจดหมายให้

รวบรวมสมุนไพรอยู่เหรอคะ?
เห็นชื่อ บล็อคเขียนว่า ร้านเอกมงคล?
หรือเป็นบล็อคที่ทำให้ร้านหว่า?

เก่งภาษาญี่ปุ่นจังค่ะ อ่านตัวจีนออกด้วย
ดิฉันเรียนมาปีกว่า ไม่ค่อยได้เรื่องเลย น่าอายจริงๆ
#1 by tifa_redeye At 2007-01-16 23:25,